Articles by "เจ้าครูหมอไต"

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจ้าครูหมอไต แสดงบทความทั้งหมด

 เจ้าโต๋นครูหลวงปัญญาโภคะ
เจ้าโต๋นครูหลวงปัญญาโภคะ มหาสังฆปรินายกแห่งรัฐไต (1893-1971) ชื่อ เจ้าโต๋นครูหลวงปัญญาโภคะ ชื่อเดิม จายปานจิ่ง วันเดือนปีเกิด เกิดวันอังคาร เดือนมีนาคม พ.ศ. 2435 ค.ศ. 1892จ.ศ. 1254 ตรง กับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ภูมิลำเนา บ้านป่าแก่ เมืองขาง เวียงเมืองสู้ รัฐฉานภาคเหนือ พี่น้อง มีพี่น้อง 6 คน บิดา ลุงยอดคำ มารดา นางคำ มรณภาพ เมื่อปี จ.ศ. 1333 พ.ศ. 2514 ค.ศ. 1971 ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 11 ที่โรงพยาบาล เมียะรัตนะ ต้ากุ้ง (ร่างกุ้ง) เวลา 01.10 น. 
  •  ชีวิตเมื่อเยาว์วัย 
 เด็กชาย ปานจิ่ง เริ่มเข้าอยู่วัด เมื่อปี จ.ศ. 1268 ซึ่งมีอายุ 14 ปี บวชเป็นสามเณร เมื่อปี จ.ศ. 1270 ที่วัดบ้านขาง เวียงเมืองสู้ ได้ชื่อ เป็นภาษาบาลีว่า สามเณร ปัญญาโภคะ อุปสมบท เมื่อ จ.ศ. 1274 ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 3 ตรงกับ วันพุธ ที่วัด บ้านโหยก เวียงเกซี อุปัชฌาย์ ได้แก่ เจ้าอาวาส วัดป่าแต๊บ กรรมวาจาจารย์ รูปที่ 1 เจ้าอาวาส วัดกุ๋นนา กรรมวาจาจารย์ รูปที่ 2 คือ พระปุญญสาระ วัดบ้านโหยก
  • สถานที่เคยไปศึกษาพระปริยัติธรรม 
เรียนหนังสือที่ วัดยอด 2 เดือน และย้ายไปอยู่ ที่วัดบ้านข่า จ. จ๊อกแม จากนั้น ได้ไปอยู่ที่ วัดวิสุทธาโหย่ง เวียงเหล่อ (มัณฑเรย์) 3 เดือน จากนั้นย้ายไป อยู่ที่วัด จ้ายกะส่าน ต้ากุ้ง (ร่างกุ้ง) และ วัดปุบผาโหย่ง ป่าเก๋อ และเมื่อ 15 พรรษา ไปศึกษาภาษาอังกฤษที่ โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา อยู่ 2 ปี เมื่ออายุ 17 พรรษา จึงได้กลับมายังบ้านเกิด จากนั้นเจ้าฟ้าเมืองสู้ ได้อาราธนามาจำพรรษาอยู่ ที่วัด ยุมป่อง เวียงเมืองสู้ แล้วเปิดสอนพระปริยัติธรรม โดยมีลูกศิษย์มากหมาย (เท่าที่ทราบ ท่านเป็นองค์แรกของพระสงฆ์ไต ที่ได้ไปศึกษาที่ประเทศศรีลังกา)
  • งานด้านศาสนกิจและบ้านเมือง 

หลังจากที่ท่านบวชได้ 2 พรรษาก็ได้ไปเป็น เจ้าอาวาส วัดหมากฮู่ จ. จ๊อกเม และไปเป็นเจ้าอาวาส วัดฮูน้อย 2 พรรษา เมื่อท่านได้ 10 พรรษา ได้เป็นครูสอนที่ วัดบ้านข่า หลังจากนั้น เจ้าฟ้าสี่ป้อ ได้อาราธนาไปจำพรรษาที่ วัดจองคำ สี่ป้อ และเจ้าฟ้านิมนต์ให้ท่านแปล พระปาฏิโมกข์ เป็นภาษาไต เมื่อปี พ.ศ. 2499 นำพาคณะสงฆ์ไตทั้งหมด จัดตั้งกลุ่มคณะสงฆ์ไตขึ้น และเป็นผู้นำในการแปล พระไตรปิฎกเป็นภาษาไต ซึ่งยังคงใช้ในการศึกษาค้นคว้าพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่จนกระทั่งปัจจุบันได้เขียนหนังสือ ปาลีปกรณ์ บาลีไวยากรณ์ แปดฉบับ อภิธรรม ปาฏิโมกข์ ขุททสิกขา มูลสิกขา กัมโพชหิตราสิ เป็นต้น
  • เกียรติบัตรที่ได้รับ
หลังจากที่ท่านบวชได้ 2 พรรษาก็ได้ไปเป็น เจ้าอาวาส วัดหมากฮู่ จ. จ๊อกเม และไปเป็นเจ้าอาวาส วัดฮูน้อย 2 พรรษา เมื่อท่านได้ 10 พรรษา ได้เป็นครูสอนที่ วัดบ้านข่า หลังจากนั้น เจ้าฟ้าสี่ป้อ ได้อาราธนาไปจำพรรษาที่ วัดจองคำ สี่ป้อ และเจ้าฟ้านิมนต์ให้ท่านแปล พระปาฏิโมกข์ เป็นภาษาไต เมื่อปี พ.ศ. 2499 นำพาคณะสงฆ์ไตทั้งหมด จัดตั้งกลุ่มคณะสงฆ์ไตขึ้น และเป็นผู้นำในการแปล พระไตรปิฎกเป็นภาษาไต ซึ่งยังคงใช้ในการศึกษาค้นคว้าพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่จนกระทั่งปัจจุบันได้เขียนหนังสือ ปาลีปกรณ์ บาลีไวยากรณ์ แปดฉบับ อภิธรรม ปาฏิโมกข์ ขุททสิกขา มูลสิกขา กัมโพชหิตราสิ เป็นต้น เกียรติบัตรที่ได้รับ พ.ศ.2463 เจ้าฟ้าสี่ป้อ มอบเกียรติบัตร เป็น ปัญญาโภคคณะวาจก ธรรมราชคุรุ พ.ศ.2475 เจ้าฟ้าเมืองสู้ มอบเกียรติบัตร เป็น ธรรมยุตนิกาย มหานายก ราชคุรุ พ.ศ.2481 ได้รับตำแหน่งนามว่า คณะวาจก ธรรมกถิก ฝ่ายเผยแผ่ศาสนา รัฐไต ตอนใต้ จากคณะธรรมยุติกนิกาย พ.ศ. 2498 นายกรัฐมนตรีของพม่า มอบ ให้เป็น ฉธสังติโอวาทจริยสังฆนายก พ.ศ. 2499 คณะสงฆ์ไตทั่วประเทศ ได้ยกท่านเป็น ประธานคณะสงฆ์แห่งรัฐไต ในนาม มหาสังฆปรินายกแห่งรัฐไตท่านได้มรณภาพ ที่โรงพยาบาล เมียะรัตนะ ร่างกุ้ง เมื่อปี พ.ศ. 2514 สรีระศพของท่านถูกนำบรรจุลงในโลงแก้ว แล้วนำไป เวียงน้ำจ๋าง โดยเครื่องบิน และนำไปทำฌาปนกิจที่ เวียงป๋างโหลง เมื่อทำฌาปนกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางคณะศิษยานุศิษย์ได้นำอัฐิของท่านไปบรรจุไว้ในเจดีย์ "พระไตรปิฏก" (ปิฎก๊าดสามก๋อง) พร้อมกันนี้ก็ได้สร้างรูปปั้นไว้เป็นที่สักการะบูชา ที่วัดปีตะก๊าด เวียงป๋างโหลง



      လိူၼ်တႆး               
27/เมษายน/2016 
ที่มา>taiyai.net

เจ้าวอระแค่ ยองห้วย  

  • ชื่อ –ด.ช. ละทิ่น
  • ชื่อบิดา –ลุงผิด
  • มารดา – นางเหย่น
  • วันเดือนปีเกิด – วันพุธ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2433 ตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12
  • บ้านเกิด –เขตหนั่นต่าวุ่น เมืองยองห้วย รัฐฉานใต้
ชีวิตเมื่อเยาว์วัย และผลงาน เมื่ออายุ 7 ขวบ ไปอยู่เป็นเด็ก ที่วัดส่วยกู่ เมืองยองห้วย ครั้นอายุ 8 ขวบ จึงบรรพชาเป็นสามเณร ได้ชื่อว่า หว่าหลิ่งต๊ะ ศึกษาพระปริยัติธรรมจนแตกฉาน ต่อมาจึงได้ลาสิกขาออกมา ทำหน้าที่เป็นเลขาเจ้าฟ้าหลวงเมืองยองห้วย ได้นามว่า จเรจายคำเหลือง ภายหลังได้ย้ายไปเป็นเสมียนใหญ่เมืองล๊อกจอก และต่อมาเพราะท่านมีความชำนาญด้านทางภาษาหลายภาษาด้วยกัน จึงได้ไปประจำที่กองกำกับการตำรวจ เมืองตองกี เจ้าวอระแค่เป็นนักศึกษาค้นคว้าขนานแท้ ได้อ่านและเขียนหนังสือไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแม้ว่ารับราชการ สมัยเจ้าฟ้าปกครองก็ตาม เมื่อท่านได้ไปเป็น นายอำเภอเมืองยาง กระเหรี่ยง ที่เมืองยางแดง (รัฐคะยาห์) และเมืองวอระแค่ ทั้งสองเมืองพร้อมกัน เพราะทำงานทางราชการและเป็นนักประพันธ์ จึงได้ชื่อว่า เจ้าจเรนายอำเภอ หรือเจ้าวอระแค่ ผลงานของท่าน ที่ได้ประพันธ์ไว้มีมากมายหลายเรื่องเช่น 1.ชาติทุกขสังเวชะ 2.มังคลสูตร 3.ลิกเจ้าหม่านธาตุ ฯลฯ

เจ้าวอระแค่ ถึงแก่กรรม เมื่อ พ.ศ.2491 ที่เมือง ต้นติ๊ รวมสิริอายุได้ 58 ปี

ผลงานที่เขียนไว้ส่วนมากเป็นจดหมายรัก เพลงเกี่ยวกับลูกแก้วหนังสือหยาดน้ำ ที่เป็นฉบับใหญ่ ๆ เท่าที่ค้นพบมี 4 เล่ม
1. จ่าติตุกข์ สั่งโว่ยก่ะคาน
2. มั่งก่าล่าสุตหลวง
3. ลิกเจ้าม่านทาด
4. จามเน๋ตางนิบบ่าน นอกจากนั้นที่ยังไม่ค้นพบก็มีอี่กมากหมาย



เหลินไต               
27/เมษายน/2016 

เจ้าหน่อคำ เมืองกึ๋ง

  • ชื่อ –เจ้าหน่อคำ
  • ชื่อบิดา –ลุงส่างปิ่งหญ่า (เหงปิ่งหญ่า)
  • มารดา – นางคำขา
  • วันเดือนปีเกิด – เกิดเมื่อวันเสาขึ้น 7 ค่ำ เดือน 11 พ.ศ. 2400
  • บ้านเกิด –บ้านป๊อก เหมืองหนิม เวียง แกสี (บ้านจ๋าม)
ตอนเด็กชื่อ จายทุนละ ไปอยู่ที่วัดเวียงเมืองหนิม เมื่ออายุ 10 ขวบ บวชเป็นสามเณรเมื่ออายุได้ 11 ปี ได้ฉายาทางพระว่า เจ้าหนั่นติ๊ญะ และสึกออกมาขณะอายุได้ 22 ปี และได้ไปอยู่กับบิดา มารดาจากนั้นเจ้าฟ้าขุนนหมุ่ง เมืองกึ๋ง เรียกเข้าไปอยู่ในวังเมืองกึ๋ง ภายหลังได้ไปอยู่ภายในวัง เวียงท่าเลื่อ (มันฑะเล) เป็นเวลา 3 ปี จึงได้กลับเมืองกึง ใน พ.ศ. 2433 แต่งงานอยู่กินกับพระพี่นาง ของเจ้าฟ้าเมืองกึ๋ง จึงได้ชื่อเป็นเจ้าหน่อคำ มีบุตรสาวคนหนึ่งชื่อนางมะจิ่ง บุตรชายคนหนึ่งเชื่อเจ้า ขุนหลู่
เจ้าหน่อคำถึงแก่กรรม เมื่อวันเสาร์ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 11 ปี พ.ศ. 2439 อายุได้ 39 ปี
ผลงานที่เขียนไว้ส่วนมากเป็นจดหมายรัก เพลงเกี่ยวกับลูกแก้วหนังสือหยาดน้ำ ที่เป็นฉบับใหญ่ ๆ เท่าที่ค้นพบมี 13 เล่ม
  1. ลอก้ะณีติ
  2. สี่ละวิเนิยส้า
  3. ร่าจ่าฮี่ต้ะดีบนี่
  4. ร่าจอว่าต้ะ
  5. จินัตทะปะป๋าสหนี (ผักก่าแนดอกไม้ถวายไว้)
  6. จินัตทะปะป๋าสหนี ส่วยปี่หว่าง(เจ้าฟ้าว้านจ๋ามเกชี ไม้ถวายไว้ )
  7. เว่สั่นตร่า น้ำกวามปอด
  8. เว่สั่นตร่า น้ำกวามยาว
  9. มหาจะนั้กก้า
  10. ขั่นทะตี่เป่ต้ะ สรู่ปะกยาม
  11. ขั่นทะตี่ปะหนี่ แม้ต่อคอดคาน
  12. ร่าฮู้แหม่ต่อ ยส่อคอดคาน
  13. ดต จะ สุ้ เน ม้ะ ห้าผืนติดกัน
  လိူၼ်တႆး               
27/เมษายน/2016 

เจ้าอำมาตย์หลวง เมืองหนอง  


เจ้าเมืองหนองเป็นบุตรของลุงหลอยหม่านจี่ และนายพลอยหม่านจี่ (นางหลอยหม่านจี) เกิด เมื่อตอนเช้าของวันศุกร์ ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 12 พ.ศ. 2398 ณ บ้านป๋างโจ๋งยาว เมืองหนอง ตอนเด็กชื่อ จายส่าอ่อง ไปอยู่วัดเมื่ออายุ 7 ขวบ ณ วัดส่วยพุดรอ บ้านจิง เมืองหนอง บวชเป็น สามเณรเมื่ออายุ 8 ขวบ ชื่อ ซอปิ่นนะ อายุ 11 ขวบ ไปศึกษาต่อ ณ วัดโซอุ๋ง ตำบลห้าบ้าน เมืองเกซี บ้านจ๋าม เป็นเวลา 1 ปี แล้วย้ายไปอยู่เมืองหนิมเป็นเวลา 6 ปี แล้วสึกออกมา เจ้าขุนทุนเจ้าฟ้าเมืองหนอง ได้ขอให้ไปอยู่บ้านป๋างส่า ให้เป็นผู้แต่งหนังสือตำรา จึงได้นามว่า เจ้าเมืองหนอง จากนั้นได้ออกเดินทางศึกษาค้นคว้าไปทางเมืองลายค่า บ้านใหม่สะทอ บ้านบอระแคะถึงล้าน นาไทย และไทยทางใต้ เจ้าเมืองหนองได้เดินทางกลับ เชียงตุง เมืองเลิน กลับถึงเมืองหนองเมื่อ ปี พ.ศ. 2431 ในปี พ.ศ. 2444 เจ้าฟ้าขุนหมุ่ง เมืองกึงได้แต่งตั้งเป็นอำมาตย์หลวง จากนั้น เจ้าฟ้าหลวงขุน ส่างต้นฮุง เมืองแสนหวี ได้เชิญไปทำงานด้วย มอบหมายให้ทำงานด้านการพิมพ์หนังสือไตย จึงได้ชื่อ นามปากกาว่า เจ้าอำมาตย์หลวง ในปี พ.ศ. 2449 วันเสาร์ แรม 4 ค่ำ เดือน 12 เจ้าเมืองหนองได้ถึงแก่กรรม รวมอายุได้ 51 ปี ที่บ้านกองมูปุ๊ด เวียงจ๊อกแมปุ๊ งานด้านวรรณคดี ที่ได้ประพันธ์ไว้ มีมากกว่า 200 เล่ม




လိူၼ်တႆး               
27/เมษายน/2016 
ที่มา>taiyai.net

นางคำกู่

  • ชื่อ – นางคำกู่
  • ชื่อบิดา – เจ้ากางเสือ
  • มารดา – นางแสงส่วย
  • วันเดือนปีเกิด – เช้าของวันจันทร์ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 12 พ.ศ. 2397
  • บ้านเกิด – บ้านแกง เวียงเลา เมืองนาย
ตอนอายุได้ 6 ขวบ ได้รับการศึกษาจากเจ้ากาลเสือผู้เป็นบิดาจนได้เป็นครูหมอ ตอนนางอายุได้ 22 นางได้หัดเขียนกลอน เขียนนิทาน เขียนเรื่องราวต่างๆขึ้นมา จนถึงอายุได้ 27 ปี นางแต่งงานอยู่กินกับจายซอจิ่งนะ  และถึงแก่กรรมเมื่ออายุนางได้ 64 ปี ตรงกับวันจันทร์ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ปี พ.ศ. 2461
ผลงานของท่านเท่าที่ค้นพบ
  1. อ่าลองเขียวสองมอน (นกเขียวอ่อนสองมอน)
  2. อ่าลองแคคำ
  3. อ่าลองมองสามนม
  4. อ่าลองว้วเขาเดียว
  5. อ่าลองกวายตาแสง
  6. วิเส่ษนะก๋าคำ (ต๋องด๋วยต๋องมอง)
  7.  ลอก้าวิน่ายะ
  8. ขุนสามลอ+นางอู้เบียม
  9. นางถามจา
  10. นางอ่อนกำสิน นอกนั้นที่ยังมีอี่กมากหมาย ที่ยังไม่ได้ค้นพบ



လိူၼ်တႆး               
27/เมษายน/2016 

เจ้ากอหลี่

  • ชื่อ –เจ้ากอหลี่ (ตอนเด็กชื่อ จายก๋าคำ หรือจายเล็ก)
  • ชื่อบิดา –ลุงจองหนุ่ม
  • มารดา – ป้าจองแสง
  • วันเดือนปีเกิด – วันจันทร์ แรม 9 ค่ำ เดือน 12 พ.ศ. 2391
  • บ้านเกิด –เกิด ที่บ้านหนองข้าวหลาม (บ้านจ้อก) เมืองปั่น
ต่อมาพ่อแม่ย้ายไปอยู่เมืองนาย อายุได้ 8 ขวบ ไปอยู่ วัดเจ้าหลวงสุมณะเมืองนาย บวชเป็นเณรเมื่ออายุได้ 10 ขวบ ได้ฉายาทางพระว่า เจ้ากอลิยะ ระหว่าง เป็นสามเณรได้ไปศึกษาที่วัดหยินวุ่น เวียงท่าเดือ (มันฑะเล) เป็นเวลา 3 ปี แล้วกลับมาอยู่เมืองนายตาม เดิม และสึกออกมาเป็นฆราวาส ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ เมืองกึ๋ง เพราะเป็นที่ไม่ชอบพอเจ้าฟ้าเมืองนาย เจ้ากอลิยะ ถึงแก่กรรมเมื่ออายุได้ 73 ปี ตรงกับตอนหัวค่ำของวันจันทร์ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 12 ปี พ.ศ. 2454 * เพราะเหตุที่เกิดเมืองปั่น จึงใช้นามปากกาว่า เจ้าเมืองปั่น * หนังสือที่ท่านประพันธ์ไว้เท่าที่ค้นพบมีประมาณ 200 กว่าเรื่อง


လိူၼ်တႆး               
27/เมษายน/2016 

เจ้ากางเสือ
 ชื่อ เจ้ากางเสือ
 ชื่อเดิม จายใสส่า
 บิดา ลุงหลอย
 มารดา นางส่าง
 เกิด วันศุกร์ ขึ้น 1 ค่ำ พ.ศ. 2331
 สถานที่เกิด บ้านนาแกง ต.เวียงเลา อ.เกียงตอง จ.เมืองนาย
 ครอบครัว แต่งงานมีลูกสาวคนหนึ่ง คือ นางคำกู่
 เสียชีวิต วันศุกร์ แรม 6 ค่ำ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2425




  •  ชีวิตเมื่อเยาว์วัยและผลงาน

 เด็กชาย ใสส่า ไปเป็น กัปปิยะ (เด็กวัดเตรียมจะบวช) อยู่วัด เมื่ออายุ 8 ขวบ ได้  บรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุ 9 ขวบ และได้ชื่อใหม่ว่า สามเณร " สุมะนะ" เมื่ออายุครบ 20 ปี ก็ได้อุปสมบท และจำพรรษาที่ วัดเวียงเลา 1 พรรษา จากนั้น ไปศึกษาต่อที่เมืองหม่อระแหม่ง (พม่า) เป็นเวลา 2 ปี จึงเดินทางไปศึกษาต่อที่ลานนา (เชียงใหม่)เป็นระยะเวลา 3 ปี
หลังจากนั้นจึงกลับมายังเมืองนาย และรับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสที่ วัดเวียงเลา ซึ่งเจ้าอาวาสมรณภาพ ในฐานะเจ้าอาวาส ท่านจึงเปิดสอนวิชาการแขนงต่าง ๆ จนมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ต่อมาคนสนิทของ "เจ้าปะตุง"กษัตริย์เมืองอังวะ ได้ขึ้นมาประจำอยู่ที่เมืองนาย และมีพฤติกรรมไม่ชอบ เจ้ากางเสือที่มีคนเคารพนับถือมาก เจ้ากางเสือจึงย้ายไปอยู่ที่เมืองกางเสือเจ้าฟ้าเมืองกางเสือ จึงแต่งตั้งเป็น "เจ้าคณะใหญ่ ในเมือง เปิดสำนักสอนวิชาต่าง ๆ ให้ประชาชน จนเป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองเป็นอย่างดีเนื่องจากท่าน
มีความรู้หลาย ๆ ด้าน เช่น ศีลปการต่อสู้ป้องกันตัว โหราศาสตร์ คาถาอาคมการดูฤกษ์ยาม และโชคชะตาราศี ตลอดจนการรักษาพยาบาล และด้านวิชาการเมือง ท่านจำพรรษาอยู่ที่เมืองกางเสือ 39 ปี และได้ทำคุณประโยชน์และเขียนหนังสือตำราไว้มากมาย เนื่องด้วยท่านมีความสามารถในหลาย ๆ ด้าน เป็นที่เคารพนับถือ
ของเจ้าฟ้าประชาชนและมีศิษยานุศิษย์เป็นจำนวนมาก ท่านจึงถูกกดดันจากพม่า ซึ่งมีอิทธิพลในเมืองไต ทำให้ท่านต้องระเหเร่ร่อนไปมาหลายแห่ง จนกระทั่งไม่สามารถอยู่ในผ้าเหลืองอีกต่อไป จึงสึกจากพระเมื่ออายุมากแล้ว และได้แต่งงานมีลูกสาวคนหนึ่ง ชื่อว่า นางคำกู่ ซึ่งนางคำกู่ก็ได้รับการปลูกฝัง
ให้มีใจรักในด้านการศึกษาค้นคว้าจนกระทั่งกลายเป็นนักคิดนักเขียนเช่นกับบิดาในเวลาต่อมา และได้รับการยกย่องให้เป็นเจ้าครูหมอหญิงคนเดียวของไทยใหญ่ สำหรับเจ้ากางเสือ ได้ถึงแก่กรรมเมื่อสิริอายุได้ 94 ปี ผลงานการเขียนหนังสือและตำราที่ปรากฏแก่สายตาของประชาชนมีมากมายเท่าที่สามารถรวบรวมได้มีกว่า 100 เล่ม


  လိူၼ်တႆး               
26/เมษายน/2016
ที่มา>taiyai.net

เจ้าธัมมะทินนะ
เจ้าธัมมะทินนะ
ชื่อเดิม จาย คำตืน
 บิดา ลุงธรรมอู๋
 มารดา ป้าธรรมขอด เกิดวันเสาร์ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2085 ตรงกับวันขึ้น 9 ค่ำ เดือนหก
 สถานที่ บ้านแจ้ฮัก อำเภอเมืองติ๋ง ในรัฐไต (ปัจจุบันอยู่ในประเทศจีน)
 เสียชีวิต วันเสาร์ พฤษภาคม พ.ศ. 2184 แรม 9 ค่ำ เดือนหก


  • ชีวิตเมื่อเยาว์วัยและผลงาน
               เมื่ออายุได้ 8 ขวบเศษ ได้เข้าไปเป็นกัปปิยะ (เด็กวัดเตรียมจะบวช) โดยบรรพชาเป็นสามเณร
เมื่ออายุ ได้ 9 ขวบ พออายุ 20 ปี ก็บวชเป็นพระภิกษุได้ฉายาว่า พระธัมมะทินนะ 
               เพราะท่านมีความเฉลียวฉลาดตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้น หลังจากที่บวชแล้ว ก็ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยต่อมา จนมีความรู้ความสามารถและแตกฉานพระธรรมวินัยเป็นอย่างมาก และมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วไป

               เจ้าแข่นฟ้า เจ้าฟ้าเมืองแสนหวี ได้อาราธนาไปจำพรรษา ที่วัดซบตาด เมื่อปี พ.ศ. 2133 ในปีเดียวกันนั้นเอง เจ้าธัมมะทินนะได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอ และเป็นที่สักการะบูชา เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของเจ้าฟ้า และประชาชนสืบต่อมาจากนั้น เจ้าธัมมะทินนะ ก็ได้ลาสิกขาออกไปมีครอบครัวโดยได้รับแต่งตั้งให้เป็น "คิงหลวง" (อำมาตย์หรือราชเลขา) ในราชสำนักเจ้าฟ้าหลวง เวียงแสนหวี

                 ในปี พ.ศ. 2143 มเหสีของเจ้าฟ้าแสนหวี ได้ยึดอำนาจเจ้าฟ้า เมื่อเป็นดังนั้น เจ้าธัมมะทินนะจึงอพยพไปอยู่เมืองแจ้ล้าน ท่านเป็นผู้ มีความรู้ความสามารถในด้านวรรณคดี โหราศาสตร์ และเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ ท่านได้เขียนตำราวิชาความรู้แขนงต่าง ๆ  ที่ท่านเชี่ยวชาญไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่ออนุชนรุ่นหลังมากมายท่านถึงแก่กรรมเมื่อวันเสาร์ พฤษภาคม พ.ศ. 2184 ตรงกับวันแรม 9 ค่ำเดือนหก



    လိူၼ်တႆး               
26/เมษายน/2016
ที่มา>taiyai.net

Translate






Author Name

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

ขับเคลื่อนโดย Blogger.